ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น

ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น

เมื่อเตรียมตัวจัดกระเป๋าไปเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากแพลนเที่ยวและลิสต์ของกินแล้ว สิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้เลยคือการศึกษา "วัฒนธรรมและมารยาททางสังคม" ของชาวญี่ปุ่น

 

การให้ทิปพนักงานร้านอาหาร โรงแรม หรือรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการบริการที่เรียกว่า "โอโมเตะนาชิ" (Omotenashi) ซึ่งยึดถือว่าการมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้านั้นเป็นหน้าที่และความภาคภูมิใจโดยไม่หวังเงินพิเศษเพิ่มเติม นอกจากนี้ สถานประกอบการส่วนใหญ่ได้คำนวณและรวมค่าบริการ (Service Charge) ไว้ในราคาบิลเรียบร้อยแล้ว

หากคุณวางเงินทิปทิ้งไว้บนโต๊ะ พนักงานมักจะเข้าใจว่าคุณลืมเงินทอนและจะวิ่งตามนำเงินมาคืนจนอาจทำให้เกิดความวุ่นวายได้

หากต้องการแสดงความชื่นชมและประทับใจในการบริการ วิธีที่เหมาะสมและชาวญี่ปุ่นชื่นชอบที่สุดคือการกล่าวคำว่า "อาริกาโตะ โกไซมัส" (ขอบคุณ) หรือกล่าว "โกจิโซซามะ เดชิตะ" (ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้) พร้อมรอยยิ้มก่อนออกจากร้าน

 

การคีบอาหารต่อกันจากตะเกียบสู่ตะเกียบ (Hashi-watashi) ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงบนโต๊ะอาหารของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากธรรมเนียมนี้ไปพ้องกับพิธีกรรมทางศาสนาพุทธในงานศพของญี่ปุ่น ซึ่งครอบครัวและญาติผู้ล่วงลับจะใช้ตะเกียบคีบอัฐิ (เถ้ากระดูก) ส่งต่อๆ กันเพื่อนำไปบรรจุลงในโกศ การกระทำนี้บนโต๊ะอาหารจึงถือเป็นลางร้ายและไม่เป็นมงคล

หากต้องการแบ่งปันอาหารหรือตักอาหารให้เพื่อนร่วมโต๊ะ วิธีที่ถูกต้องและสุภาพ คือ

ใช้ตะเกียบกลาง (Toribashi) : หากร้านอาหารมีตะเกียบส่วนกลางเตรียมไว้ให้ ควรใช้ตะเกียบนั้นคีบแบ่งอาหารเสมอเพื่อสุขอนามัยและมารยาทที่ดี

วางลงบนจานของอีกฝ่ายโดยตรง : หากไม่มีตะเกียบกลาง ให้คีบอาหารจากจานหลักแล้วนำไปวางลงบนจานหรือชามแบ่งของอีกฝ่ายโดยตรง ห้ามให้อีกฝ่ายยื่นตะเกียบมารับกลางอากาศเด็ดขาด

 

การรักษาความสงบและเคารพพื้นที่ส่วนรวมถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากในสังคมญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถไฟใต้ดิน หรือรถบัส ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นมักใช้เวลาเพื่อพักผ่อน อ่านหนังสือ หรืองีบหลับก่อนไปทำงาน

เมื่อเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในประเทศญี่ปุ่น ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

งดการคุยโทรศัพท์มือถือ : การพูดคุยโทรศัพท์บนรถไฟถือเป็นการเสียมารยาท หากมีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ควรพูดให้สั้นและเบาที่สุด หรือเดินไปคุยบริเวณพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างตู้โดยสาร

เปิดโทรศัพท์เป็นระบบสั่น : หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "Manner Mode" เพื่อไม่ให้เสียงริงโทนหรือเสียงแจ้งเตือนต่างๆ ดังรบกวนผู้อื่น

งดการสนทนาเสียงดัง : หากเดินทางกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว สามารถพูดคุยกันได้ แต่ควรควบคุมระดับเสียงให้เบามากๆ เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารท่านอื่นรอบข้าง

ระวังเสียงลอดจากหูฟัง : หากต้องการฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม ควรแน่ใจว่าเสียบหูฟังเรียบร้อย และเปิดระดับเสียงที่ไม่ดังจนเสียงลอดออกมารบกวนคนข้างๆ

การเคารพกฎข้อนี้จะช่วยให้เราเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารัก และ ช่วยรักษาบรรยากาศการเดินทางที่สงบเรียบร้อยตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น

 

การเดินทานอาหาร หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "อารุกิทาเบะ" (Aruki-tabe) ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเสียมารยาทในสังคมญี่ปุ่นด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

เรื่องความสะอาด : การเดินทานเสี่ยงต่อการทำเศษอาหารร่วงหล่น หรือเครื่องดื่มหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนผู้อื่นและทางเท้า

ปัญหาการจัดการขยะ : ประเทศญี่ปุ่นมีถังขยะสาธารณะตามท้องถนนน้อยมาก การเดินทานจึงเพิ่มโอกาสในการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง

ความปลอดภัย : ในย่านท่องเที่ยวที่ผู้คนพลุกพล่าน การเดินไปทานไปอาจทำให้เสียสมาธิและเดินชนผู้อื่นจนเกิดอุบัติเหตุหรือทำให้เสื้อผ้าของคนรอบข้างเปื้อนได้

การให้เกียรติอาหาร : วัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการตั้งใจลิ้มรสอาหาร การยืนหรือนั่งทานอย่างเรียบร้อยจึงถือเป็นการให้เกียรติผู้ทำอาหาร

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อซื้ออาหารแนวสตรีทฟู้ดหรือของกินเล่น

ยืนทานบริเวณหน้าร้าน : เมื่อซื้อเสร็จแล้ว ควรยืนหรือนั่งทานบริเวณพื้นที่หน้าร้านให้เรียบร้อย ซึ่งร้านสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่จะเตรียมพื้นที่เล็กๆ และถังขยะไว้รองรับลูกค้าโดยเฉพาะ

ใช้จุดพัก (Rest Area) : หากบริเวณนั้นมีม้านั่ง หรือพื้นที่สาธารณะที่จัดไว้สำหรับนั่งพัก สามารถนำอาหารไปนั่งทานได้

เก็บขยะติดตัว : หากทานเสร็จแล้วแต่ไม่พบถังขยะ ห้ามทิ้งไว้ตามข้างทางหรือหน้าร้านอื่นเด็ดขาด ต้องเก็บขยะใส่กระเป๋าเพื่อนำกลับไปทิ้งที่ที่พักหรือจุดทิ้งขยะที่จัดไว้ให้เท่านั้น

ข้อยกเว้น : ในงานเทศกาลฤดูร้อน (Matsuri) ที่มีการออกร้านขายอาหารจำนวนมาก การเดินทานอาจเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปและได้รับการอนุโลมมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้น การยืนทานหน้าร้านหรือในจุดที่จัดไว้ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่สุภาพและปลอดภัยที่สุด

 

การถ่ายรูปคนแปลกหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องอ่อนไหวและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง สังคมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ "สิทธิในภาพถ่าย" (Portrait Rights หรือ Shouzouken) อย่างมาก ซึ่งครอบคลุมทั้งมารยาททางสังคมและข้อกฎหมาย

เหตุผลและข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

การเคารพความเป็นส่วนตัว : ชาวญี่ปุ่นรักความเป็นส่วนตัวสูงมาก การถูกคนแปลกหน้าถ่ายรูปจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและอึดอัด หากเจ้าตัวสังเกตเห็น อาจเดินเข้ามาขอให้ลบภาพ หรือหากเกิดการโต้เถียงอาจนำไปสู่การแจ้งตำรวจได้

กฎหมายสิทธิส่วนบุคคล : การนำภาพที่เห็นใบหน้าของบุคคลอื่นอย่างชัดเจนไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ถูกถ่ายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายญี่ปุ่นได้

เด็กและเยาวชน : เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด ห้ามถ่ายรูปเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่เดินตามถนนหรือมาทัศนศึกษาเด็ดขาด เพราะผู้ปกครองและโรงเรียนจะระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยจากมิจฉาชีพอย่างเข้มงวด

กฎระเบียบเฉพาะพื้นที่ : บางพื้นที่เช่น ย่านกิออน (Gion) ในเกียวโต มีการออกกฎหมายท้องถิ่นปรับเงินนักท่องเที่ยวที่แอบถ่ายรูปหรือเดินตามตื้อไมโกะและเกอิชาอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ศาลเจ้า วัด หรือร้านค้าหลายแห่งก็มีป้ายห้ามถ่ายภาพบริเวณด้านในชัดเจน

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อต้องการถ่ายรูป

เลี่ยงการถ่ายติดใบหน้าคนชัดชัด : พยายามถ่ายวิวมุมกว้าง ถ่ายเน้นสถาปัตยกรรม ถ่ายติดเฉพาะด้านหลังบุคคล หรือรอให้จังหวะคนน้อยลงก่อนค่อยกดชัตเตอร์

เบลอใบหน้าก่อนโพสต์ : หากหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องการนำภาพไปโพสต์ลงสื่อสาธารณะหรือโซเชียลมีเดีย ควรใช้สติกเกอร์ปิดบัง หรือเบลอใบหน้าของคนแปลกหน้าที่ติดมาในพื้นหลังให้เรียบร้อย

ขออนุญาตก่อนเสมอ : หากประทับใจและต้องการถ่ายรูปบุคคลจริงๆ เช่น คนแต่งตัวคอสเพลย์ หรือพนักงานร้านค้า ควรเข้าไปขออนุญาตอย่างสุภาพด้วยประโยคว่า "ชะชิน โอ๊ะ ทตเตะโมะ อี้เดสก๊ะ?" (ขอถ่ายรูปได้ไหมครับ/คะ) หากบุคคลนั้นทำมือเป็นเครื่องหมายกากบาท (X) หรือปฏิเสธ ควรยิ้ม โค้งศีรษะเล็กน้อย และเดินออกมาโดยไม่เซ้าซี้

 

ประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายและมาตรการควบคุมการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะที่เข้มงวดมาก การสูบบุหรี่ขณะเดิน (Aruki-tabako) หรือการสูบนอกพื้นที่ที่จัดไว้ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายท้องถิ่นและเสียมารยาททางสังคมอย่างรุนแรง

เหตุผลและข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่สูบบุหรี่มีดังนี้

ป้องกันอันตรายและรักษาความสะอาด : ปลายบุหรี่ที่ถือในระดับมือขณะเดินมักอยู่ในระดับสายตาของเด็กเล็กพอดี ซึ่งอาจพลาดไปโดนจนเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันปัญหาการทิ้งก้นบุหรี่เรี่ยราดบนท้องถนน

ค่าปรับ : หลายเมืองหลัก เช่น โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคอยเดินตรวจตรา หากถูกจับได้ว่าเดินสูบบุหรี่หรือทิ้งก้นบุหรี่บนทางเท้า จะถูกปรับเงินสดทันที โดยอัตราค่าปรับมักเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 ไปจนถึง 20,000 เยน ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละเขต

มองหาพื้นที่สูบบุหรี่ (Smoking Area) : หากต้องการสูบบุหรี่ ต้องไปที่จุดที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะเท่านั้น ซึ่งมักจะมีป้ายบอกทางหรือสัญลักษณ์รูปบุหรี่ (Kitsuenjo) จุดเหล่านี้มักตั้งอยู่ใกล้ทางออกสถานีรถไฟ สวนสาธารณะบางจุด หรือมีลักษณะเป็นตู้กระจกปิดมิดชิด

ร้านอาหารและที่พัก : ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างสมบูรณ์แบบ หากร้านไหนอนุญาต จะมีการกั้นห้องกระจกแยกสำหรับสูบโดยเฉพาะ ส่วนการจองโรงแรม ต้องเลือกจองห้องพักประเภท Smoking Room เท่านั้น ห้ามแอบสูบในห้อง Non-smoking เด็ดขาด เพราะระบบตรวจจับควันจะทำงานและมีค่าปรับทำความสะอาดที่สูงมาก

 

ต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนลงแช่ : สุขอนามัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการแช่ออนเซ็น ก่อนที่จะก้าวลงไปแช่ในบ่อรวม ผู้ใช้บริการทุกคนจะต้องนั่งสระผม ฟอกสบู่ และชำระล้างร่างกายให้สะอาดหมดจดบริเวณโซนอาบน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อน

ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำหรือผ้าเช็ดตัวลงไปแช่ในบ่อ : การแช่ออนเซ็นตามธรรมเนียมญี่ปุ่นดั้งเดิมจะต้องเปลื้องผ้าออกทั้งหมด ห้ามสวมชุดว่ายน้ำหรือชุดชั้นในเข้าไปเด็ดขาด ทางออนเซ็นจะอนุญาตให้นำ "ผ้าขนหนูผืนเล็ก" เข้าไปได้เพียงผืนเดียวเพื่อใช้เช็ดหน้าหรือปกปิดร่างกายขณะเดิน แต่เมื่อลงแช่ในน้ำ ต้องนำผ้าผืนนั้นวางไว้บนศีรษะหรือวางไว้ริมขอบบ่อ ห้ามจุ่มผ้าลงในน้ำเด็ดขาดเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเจือปน

ผู้ที่มีรอยสักมักจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้บริการ : สังคมญี่ปุ่นในอดีตมักเชื่อมโยงรอยสักเข้ากับกลุ่มอิทธิพลหรือยากูซ่า ออนเซ็นสาธารณะ โรงอาบน้ำ (Sento) รวมถึงสระว่ายน้ำส่วนใหญ่จึงมีกฎห้ามผู้ที่มีรอยสักเข้าใช้บริการอย่างเด็ดขาด

 

ทั้งหมดนี้คือข้อห้ามและมารยาทพื้นฐานที่ควรทราบก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครับ แม้บางกฎระเบียบอาจจะดูเคร่งครัดและแตกต่างจากบ้านเราไปบ้าง แต่การทำความเข้าใจและเปิดรับวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น จะช่วยให้เราท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น และป้องกันการทำผิดกฎหมายท้องถิ่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะทำให้ทริปนั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

 

หากคุณกำลังวางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยและมองหาการเดินทางที่สะดวกสบาย อุ่นใจในทุกเส้นทาง

Double Shine Travel ยินดีให้คำปรึกษาและพร้อมดูแลทุกทริปของคุณให้เต็มไปด้วยความประทับใจ

📞 สนใจจองหรือทัวร์ทั้งในและต่างประเทศหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร : 062-492-9922, 097-138-9465, 092-387-1742, 095-031-6887

Line : @doubleshine

Facebook : Double Shine Travel

Website : www.doubleshinetravel.com

TikTok : Double_Shine_Travel

 

 

 

 

 

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
Share on social networks
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท ดับเบิล ชายน์ ทราเวล จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/12751

เลขที่1 อาคารศูนย์การค้าฟอร์เรส ห้องเลขที่ C203 ซอย พุทธบูชา2 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150

จันทร์-ศุกร์ 9.00 - 18.00 น
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทำVISA
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา